อสุรกายแห่งปารีส (Un monstre à Paris) คือแอนิเมชั่นฝรั่งเศสที่พิสูจน์ให้เห็นว่าสัตว์ประหลาดไม่ได้น่ากลัวเสมอไป หนังพาเราย้อนไปสู่ปารีสในยุค 1900 เรื่องราวของฟรัง หมัดยักษ์ที่รักการร้องเพลง กับการผจญภัยเพื่อเอาตัวรอดจากการตามล่าของนายกเทศมนตรีผู้หวาดระแวง ผลงานจากผู้กำกับ Bibo Bergeron ที่เคยร่วมงานกับ Dreamworks มาก่อน ทำให้หนังมีคุณภาพงานภาพระดับสากล ผสมผสานกับเสน่ห์แบบฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ปารีส ค.ศ. 1910 เกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่ที่แย่กว่านั้นคือมีสัตว์ประหลาดตัวมหึมาอาละวาดสร้างความหวาดกลัวให้ชาวเมือง ทุกคนต่างหวาดผวา แต่อันที่จริงแล้วสัตว์ร้ายตัวนั้นคือ ฟรัง (พากย์โดย Matthieu Chedid) หมัดยักษ์ที่ถูกแปลงร่างจากน้ำยาทดลองของ เอมีล นักประดิษฐ์จอมเพี้ยน กับราอูล เพื่อนซี้ของเขา ฟรังไม่ใช่สัตว์ดุร้าย ตรงกันข้าม เขากลับมีพรสวรรค์ทางด้านดนตรีและเสียงร้องอันไพเราะ โดยเฉพาะเมื่อได้พบกับ ลูซิล (พากย์โดย Vanessa Paradis) นักร้องสาวเสียงสวรรค์แห่งคาบาเร่ต์ ทั้งคู่ร่วมกันสร้างเพลงที่ตรึงใจผู้คน แต่ความลับของฟรังก็กำลังถูกเปิดโปงโดยนายกเทศมนตรีมาญอตต์ (พากย์โดย François Cluzet) ที่ต้องการจับตัวสัตว์ประหลาดไปอวดเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นแอนิเมชั่น แต่การพากย์เสียงถือเป็นหัวใจของหนัง Vanessa Paradis ให้เสียงลูซิลได้อย่างมีเสน่ห์ ส่วน Matthieu Chedid ที่รับบทเป็นฟรังก็ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงร้องและบทเพลงได้อย่างลึกซึ้ง ตัวละครทุกตัวมีมิติ เอมีลและราอูลสร้างสีสันและอารมณ์ขัน ขณะที่นายกเทศมนตรีก็เป็นตัวร้ายที่ไม่ได้ชั่วร้ายเกินไป แต่กลับน่าขันด้วยความทะเยอทะยานของตัวเอง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Bibo Bergeron สร้างโลกของปารีสยุคเก่าออกมาได้สวยงามอลังการ สีสันสดใส และรายละเอียดของสถาปัตยกรรมในยุคนั้นน่าทึ่ง งานแอนิเมชั่นมีความลื่นไหล โดยเฉพาะฉากที่ฟรังและลูซิลร้องเพลงด้วยกัน ชวนให้เคลิบเคลิ้ม เพลงประกอบโดย Matthieu Chedid (หรือที่รู้จักในชื่อ M) มีกลิ่นอายของดนตรีแจ๊สและบอสซาโนวา เข้ากับบรรยากาศของหนังอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเพลง La Seine ที่กลายเป็นเพลงฮิตติดหู
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้ อสุรกายแห่งปารีส โดดเด่นคือการนำเสนอประเด็นเรื่องการยอมรับความแตกต่างและความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ หนังสะท้อนให้เห็นว่าสังคมมักตัดสินสิ่งแปลกปลอมว่าเป็นภัย โดยไม่พยายามทำความเข้าใจ ฟรังเป็นสัญลักษณ์ของ 'คนอื่น' ที่ถูกตีตรา แต่แท้จริงแล้วเขากลับมีจิตใจงดงาม นอกจากนี้หนังยังสอดแทรกความรักในเสียงดนตรีและศิลปะอย่างแนบเนียน ทำให้เป็นแอนิเมชั่นที่ทั้งสนุกและมีความหมาย
สรุป
อสุรกายแห่งปารีส คือแอนิเมชั่นที่อบอุ่นหัวใจ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการชมภาพยนตร์สนุก ๆ มีดนตรีเพราะ พร้อมข้อคิดดี ๆ หนังอาจไม่ซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบฝรั่งเศสที่ยากจะหาใครเลียนแบบ
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +งานภาพสวยงาม สีสันสดใส สมจริง
- +เพลงประกอบไพเราะ โดยเฉพาะ La Seine
- +เนื้อหามีข้อคิดเรื่องการยอมรับความแตกต่าง
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องค่อนข้างเรียบง่าย คาดเดาได้
- −บางช่วงอาจน่าเบื่อสำหรับผู้ใหญ่ที่ชอบแอนิเมชั่นซับซ้อน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มีเพียงภาคเดียวเท่านั้น ไม่มีภาคต่อ
ปัจจุบันสามารถรับชมผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง เช่น Netflix หรือ Apple TV
เพลงเด่นคือ La Seine ร้องโดย Vanessa Paradis และ Matthieu Chedid
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป เพราะไม่มีฉากน่ากลัวรุนแรง มีดนตรีและสีสันสดใส